การติดต่อราชการที่สถานีตำรวจ

ข้อมูลบริการประชาชน
01 การแจ้งเหตุ หรือการแจ้งข่าวอาชญากรรม

การแจ้งเหตุ

ประชาชนสามารถให้ความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ด้วยการช่วยกันเป็นหูเป็นตา สอดส่องพบเห็นเหตุร้ายหรือพฤติกรรมมีพิรุธน่าสงสัย เข้าข่ายอาชญากรรมประเภทต่าง ๆ เช่น ลักทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฯลฯ ตลอดจนอุบัติเหตุร้ายแรง ที่ต้องอาศัยเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหลักสำคัญในการคลายทุกข์ร้อนของประชาชน

วิธีการแจ้งข่าวอาชญากรรม

  • พบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือฝ่ายปกครองในท้องที่ที่เกิดเหตุ
  • แจ้งเหตุทางโทรศัพท์
  • โทรศัพท์หมายเลขฉุกเฉินโดยตรงของทางราชการ เช่น เหตุด่วนเหตุร้าย โทรแจ้ง 191
  • โทรศัพท์แจ้งเหตุในรายการวิทยุต่าง ๆ ที่สามารถประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันท่วงที
  • แจ้งเหตุทางจดหมายไปยังสถานีตำรวจในท้องที่

ข้อควรทราบในการแจ้งข่าวอาชญากรรมทางโทรศัพท์

เมื่อพบเห็นเหตุร้าย อย่ามัวแต่ตกใจ ควรระงับสติอารมณ์แล้วแจ้งเหตุแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจทันที พยายามจดจำข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ ของเหตุการณ์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเฉพาะข้อมูลสำคัญดังต่อไปนี้

  • เหตุร้ายนั้นเป็นเหตุอะไร เช่น ฆ่าคนตาย รถชนกัน ปล้นทรัพย์ ฯลฯ
  • เหตุนั้นเกิดที่ไหน โดยระบุสถานที่ให้ชัดเจนและถูกต้อง
  • คนร้ายมีลักษณะอย่างไร รวมถึงรูปพรรณสัณฐาน ยานพาหนะ และหมายเลขทะเบียนรถ

การติดต่อกับสถานีตำรวจทางโทรศัพท์

เป็นวิธีที่ประชาชนสามารถติดต่อขอรับบริการได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และเสียค่าใช้จ่ายน้อย การแจ้งเหตุของประชาชนในแต่ละครั้งควรได้รับการตอบสนองที่เหมาะสมในเวลาอันควร เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจว่าคำขอรับบริการที่แจ้งไปจะได้รับการดำเนินการอย่างเหมาะสม

แจ้งเบาะแสการกระทำความผิด ขอความช่วยเหลือ หรือสอบถามข้อมูล
สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599

หากไม่ได้รับความสะดวกหรือการบริการที่เหมาะสมจากผู้ปฏิบัติงานตำรวจในพื้นที่ สามารถแจ้งข้อมูลให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทราบเพื่อพิจารณาตรวจสอบ และพัฒนาการให้บริการต่อไป

การแจ้งข่าวอาชญากรรม

1. การแจ้งข่าวก่อนเกิดเหตุ
ช่วยกันจับตาดูแลและสอดส่องพฤติกรรมของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย
  • ผู้มักมีพฤติกรรมการลักเล็กขโมยน้อย หรือลักโค กระบือ
  • อันธพาล นักเลง
  • ผู้ติดยาเสพติดผิดกฎหมาย เช่น ฝิ่น กัญชา เฮโรอีน และสารระเหย
  • มือปืนรับจ้าง
  • บุคคลแปลกหน้าที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย
  • แหล่งซ่องสุมหรือหลบซ่อนตัวของคนร้าย หรือรับซื้อของโจร
  • แหล่งค้ายาเสพติด
  • แหล่งล่อลวงหญิงค้าประเวณี หรือทารุณกรรม
  • แหล่งกักขัง ใช้แรงงานเด็ก หรือใช้แรงงานคนต่างด้าวผิดกฎหมาย
2. การแจ้งข่าวขณะเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ
  • แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที หากพบเห็นบุคคลต้องสงสัยว่ากระทำความผิด
  • จดจำลักษณะ ตำหนิรูปพรรณ และยานพาหนะของผู้ต้องสงสัย
  • ให้ข้อเท็จจริงกับเจ้าหน้าที่อย่างละเอียดและไม่บิดเบือน
  • หากเหตุร้ายมีผลต่อสาธารณชน เช่น อัคคีภัย หรืออุบัติเหตุ ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่โดยด่วน

การสังเกตจดจำตำหนิลักษณะคนร้าย

  • จดจำลักษณะใหญ่ที่เห็นได้ง่าย
  • จดจำลักษณะเด่น หรือตำหนิ
  • เลือกจดจำลักษณะเพียงบางอย่างที่สามารถจดจำได้อย่างแม่นยำ
  • เมื่อคนร้ายหลบหนีไป ให้รีบจดบันทึกทันทีตามที่เห็นจริง
  • มอบรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง
02 การแจ้งความต่าง ๆ

เมื่อประชาชนประสบเหตุเดือดร้อน สถานีตำรวจคือหน่วยงานสำคัญที่ประชาชนสามารถพึ่งพาได้ กฎหมายให้สิทธิประชาชนในการร้องทุกข์หรือแจ้งความเรื่องต่าง ๆ และกำหนดหน้าที่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเอาใจใส่ต่อคำร้องทุกข์ของประชาชน

การแจ้งเหตุ เมื่อมีเหตุการณ์ร้ายแรง ควรช่วยเหลือสังคมด้วยการแจ้งเหตุการณ์ที่พบเห็นแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ช่วยเหลือได้ทันท่วงที
การแจ้งความ เมื่อมีเรื่องทุกข์ร้อนและนำเรื่องไปแจ้งหรือร้องทุกข์แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะกลายเป็นคดีความระหว่างผู้เสียหายกับคู่กรณี

ควรเตรียมเอกสารและหลักฐานในเรื่องที่จะแจ้งความให้พร้อม เพื่อให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

เลือกประเภทการแจ้งความ

01 แจ้งความเอกสารสำคัญหาย

เช่น ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ จักรยานยนต์ โฉนดที่ดิน และใบสำคัญต่าง ๆ ให้ยื่นคำร้องแจ้งต่อสถานีตำรวจท้องที่ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบ ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และออกหลักฐานการแจ้งความเพื่อนำไปใช้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

02 แจ้งความคนหาย

หลักฐานที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ

  • บัตรประจำตัวผู้หาย หรือสำเนาบัตรที่ถ่ายเก็บไว้ (ถ้ามี)
  • สำเนาทะเบียนบ้านผู้หาย
  • ภาพถ่ายคนหาย ซึ่งเป็นภาพถ่ายปัจจุบัน
  • ใบสำคัญทางราชการ เช่น ใบเกิด หรือใบสำคัญทหาร
03 แจ้งความรถหรือเรือหาย
  • ใบทะเบียนรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือพาหนะอื่น ๆ ที่หาย
  • ใบรับเงินหรือสัญญาซื้อขายเท่าที่มี
  • กรณีเป็นตัวแทนบริษัทหรือห้างร้าน ควรมีหนังสือมอบอำนาจและหนังสือรับรองบริษัท
  • หนังสือคู่มือประจำรถ หรือข้อมูลสีรถ แบบ ยี่ห้อ หมายเลขประจำเครื่องและตัวรถ
  • ภาพถ่ายรถหรือเรือที่หาย (ถ้ามี)
04 แจ้งความอาวุธปืนหาย
  • ทะเบียนใบอนุญาตอาวุธปืน
  • ใบเสร็จรับเงินจากบริษัทหรือห้างร้านขายปืน (ถ้ามี)
  • ภาพถ่ายปืนที่หาย
05 แจ้งความทรัพย์สินหาย
  • ใบเสร็จรับเงินซื้อขาย หรือหลักฐานการซื้อขายทรัพย์สิน
  • รูปพรรณทรัพย์สิน เช่น หมายเลขเครื่อง หรือลักษณะเฉพาะ
  • ตำหนิหรือลักษณะพิเศษของทรัพย์สิน
  • ภาพถ่ายของทรัพย์สินที่หาย (ถ้ามี)
กรณีคนร้ายขโมยทรัพย์สินในบ้านหรือสำนักงาน ให้รักษาร่องรอยหลักฐานในที่เกิดเหตุไว้ อย่าให้ใครเข้าไปเคลื่อนย้ายหรือแตะต้อง จนกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาดำเนินการ
06 แจ้งความพรากผู้เยาว์

ผู้เยาว์ คือ ผู้ที่อายุยังไม่ถึง 20 ปี หรือยังไม่บรรลุนิติภาวะ

  • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้เยาว์
  • ใบเกิดของผู้เยาว์ หรือสูติบัตร
  • รูปถ่ายของผู้เยาว์
  • ใบสำคัญอื่น ๆ เกี่ยวกับผู้เยาว์ (ถ้ามี)
07 แจ้งความถูกข่มขืนกระทำชำเรา
  • เสื้อผ้าของผู้เสียหายและสิ่งของต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุ
  • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้เสียหาย
  • รูปถ่ายหรือที่อยู่ของผู้ต้องสงสัย รวมถึงหลักฐานอื่น ๆ (ถ้ามี)
08 แจ้งความถูกทำร้ายร่างกายและเหตุฆ่าคนตาย
  • รักษาสถานที่เกิดเหตุ อย่าให้ใครเข้าไปยุ่งย่ามหรือเคลื่อนย้ายสิ่งของ
  • ดูแลรักษาอาวุธของคนร้ายหรือพยานหลักฐานเพื่อส่งมอบแก่เจ้าหน้าที่
  • บอกรายละเอียดต่าง ๆ เท่าที่สามารถบอกได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ
09 แจ้งความถูกปลอมแปลงเอกสาร
  • ใบสำคัญตัวจริง เช่น โฉนด แบบ น.ส.3 หนังสือสัญญา หรือใบเสร็จรับเงิน
  • หนังสือปลอมแปลง
  • ตัวอย่างตราที่ใช้ประทับ หรือลายเซ็นในหนังสือ
10 แจ้งความถูกฉ้อโกงทรัพย์
  • หนังสือหรือหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการถูกฉ้อโกง
  • หลักฐานแสดงการเป็นผู้ครอบครองทรัพย์
  • หนังสือหรือหลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของทรัพย์
11 แจ้งความถูกยักยอกทรัพย์
  • หนังสือสำคัญที่เป็นหลักฐานว่าได้มอบหมายทรัพย์ให้ไปจัดการ
  • ใบสำคัญแสดงการเป็นเจ้าของ
  • สำเนาหรือคำสั่งศาล หรือพินัยกรรมในกรณีที่เกี่ยวข้อง
12 แจ้งความถูกยักยอกทรัพย์เกี่ยวกับการเช่าซื้อ
  • สัญญาใบเช่าซื้อหรือสำเนา
  • ใบสำคัญติดต่อซื้อ ขาย เช่า ยืม หรือฝาก
  • เอกสารระบุรูปพรรณ ยี่ห้อ สี ขนาด น้ำหนัก และเลขหมายประจำตัว
13 แจ้งความกรณีทำให้เสียทรัพย์
  • หลักฐานแสดงการเป็นเจ้าของหรือครอบครองทรัพย์
  • หลักฐานหรือสิ่งของที่เสียหายเท่าที่มี
  • กรณีทรัพย์มีขนาดใหญ่ ให้เก็บรักษาไว้เพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีต่อไป
14 แจ้งความจ่ายเช็คโดยไม่มีเงิน
  • เช็คที่ยึดไว้
  • หนังสือที่ธนาคารแจ้งขัดข้องหรือปฏิเสธการจ่ายเงิน
  • หลักฐานหรือเอกสารเกี่ยวกับมูลหนี้ เช่น บิลส่งสินค้า หนังสือสัญญากู้ยืมเงิน หรือสัญญาซื้อขาย
  • สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชนของผู้แจ้ง
กรณีเป็นเช็คของบริษัทหรือมีการมอบอำนาจ ควรมีหนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ และเอกสารเกี่ยวกับผู้จ่ายเช็ค (ถ้ามี)
03 การชำระค่าปรับ

เมื่อได้รับใบสั่งสำหรับความผิดตามกฎหมายจราจร สามารถเลือกชำระค่าปรับตามจำนวนเงิน ณ สถานที่และภายในวันเวลาที่ระบุไว้ในใบสั่งได้

ช่องทางการชำระเงินค่าปรับ

  • ชำระค่าปรับทางออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT ของธนาคารกรุงไทย
  • ชำระที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน
  • ชำระผ่านสาขาของธนาคารกรุงไทย
  • ชำระผ่านตู้ ATM หรือ ADM ของธนาคารกรุงไทย
  • ชำระผ่านที่ทำการไปรษณีย์ไทยทุกสาขา
  • ชำระผ่านจุดรับชำระเงิน เช่น ตู้บุญเติม หรือ CenPay

ขั้นตอนการชำระค่าปรับทางไปรษณีย์

01 เตรียมสำเนาใบสั่ง

ผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถต้องถ่ายเอกสารใบสั่งทั้ง 2 หน้า กรอกข้อความในสำเนาใบสั่งส่วน “บันทึกของผู้ต้องหา” ให้ครบถ้วน พร้อมลงลายมือชื่อ และเก็บใบสั่งตัวจริงไว้เป็นหลักฐาน

02 ติดต่อที่ทำการไปรษณีย์

ไปที่ทำการไปรษณีย์แห่งใดก็ได้ และแจ้งความประสงค์ว่าจะชำระค่าปรับทางไปรษณีย์

03 ดำเนินการตามเอกสารที่ได้รับ
  • กรอกรายละเอียดในใบฝากส่งไปรษณีย์ธนาณัติในประเทศ สั่งจ่าย “ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ”
  • จ่าหน้าซองถึงหัวหน้าสถานีตำรวจหรือหน่วยงานตำรวจที่ออกใบสั่ง
  • จ่าหน้าซองอีกฉบับตามชื่อและที่อยู่ของผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถ เพื่อรับใบเสร็จและใบอนุญาตขับขี่คืน
  • มอบเอกสารแก่เจ้าหน้าที่ พร้อมชำระค่าปรับและค่าบริการตามที่ไปรษณีย์กำหนด
หมายเหตุ: การชำระค่าปรับให้ยึดรายละเอียด วันเวลา และเงื่อนไขตามใบสั่งที่ได้รับเป็นสำคัญ
04 กิจธุระที่ต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เลือกประเภทการขออนุญาต

01 การขออนุญาตแสดงมหรสพชั่วคราว
  • ต้องมีหนังสือยินยอมจากเจ้าของสถานที่
  • ต้องขออนุญาตใช้เครื่องขยายเสียงด้วย หากมีการใช้
  • เลิกแสดงมหรสพเวลา 24.00 น.
  • กรุงเทพมหานคร ยื่นคำร้องต่อผู้กำกับหรือรองผู้กำกับสถานีตำรวจท้องที่
  • ต่างจังหวัด ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอท้องที่ และแจ้งตำรวจท้องที่ทราบภายหลังได้รับอนุญาต
02 การขออนุญาตใช้เครื่องขยายเสียง
  • กรุงเทพมหานคร ยื่นคำร้องต่อผู้อำนวยการเขต
  • ต่างจังหวัด ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอท้องที่ แล้วนำคำร้องมายื่นต่อผู้กำกับหรือรองผู้กำกับท้องที่
03 การขออนุญาตจุดดอกไม้เพลิง
  • กรุงเทพมหานคร ยื่นคำร้องที่สถานีตำรวจท้องที่เพื่อเสนอเรื่องให้ผู้มีอำนาจอนุญาต
  • ต่างจังหวัด ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอท้องที่
04 การขออนุญาตมีและใช้อาวุธปืน

สามารถยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนท้องที่ พร้อมหลักฐานประกอบการพิจารณา

  • บัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวพร้อมสำเนา
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • หลักทรัพย์ หลักฐานการประกอบอาชีพ และรายได้
  • หนังสือรับรองความเหมาะสม เหตุผล ความจำเป็น และความประพฤติ
  • กรณีเคยได้รับอนุญาต ให้มีและใช้อาวุธปืน ให้นำใบอนุญาต แบบ ป.4 ไปแสดงด้วย
05 การขออนุญาตพกพาอาวุธปืนติดตัว

ผู้ขอต้องได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนอยู่แล้ว และมีเหตุผลความจำเป็นตามหลักเกณฑ์

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวข้าราชการ
  • สำเนาใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน แบบ ป.4
  • สำเนาทะเบียนบ้าน โดยที่อยู่ต้องตรงกับข้อมูลในแบบ ป.4
  • ภาพถ่ายผู้ขออนุญาต ขนาด 3 นิ้ว จำนวน 2 รูป
  • หนังสือรับรองจากผู้บังคับบัญชาหรือผู้ประกอบการ กรณีเข้าหลักเกณฑ์
06 การขอรับโอนมรดกอาวุธปืน
  • ปฏิบัติเช่นเดียวกับการขออนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน
  • ใบมรณะบัตรของผู้ตาย
  • หนังสือพินัยกรรมหรือคำสั่งศาลให้เป็นผู้จัดการมรดก (ถ้ามี)
  • แจ้งขอรับการโอนภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับมรดก
07 การขออนุญาตเล่นการพนันประเภทต่าง ๆ
  • บัตรประจำตัวประชาชน
  • ทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน
  • หนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน กรณีผู้ขอไม่ได้ยื่นด้วยตนเอง
  • โครงการหรืองานที่จะจัดให้มีการเล่นการพนัน (ถ้ามี)
  • กรุงเทพมหานคร ยื่นคำขอต่อนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรประจำท้องที่
  • ต่างจังหวัด ยื่นต่อนายอำเภอท้องที่หรือปลัดอำเภอ ณ ที่ว่าการอำเภอ
08 การขออนุญาตเยี่ยมผู้ต้องหาบนสถานีตำรวจ
  • พบเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้มีหน้าที่ควบคุมผู้ต้องหาบนสถานีตำรวจ
  • แจ้งชื่อผู้ต้องหาที่ต้องการเยี่ยม
  • เมื่อได้รับอนุญาต ให้เข้าเยี่ยมตามระเบียบและช่วงเวลาที่กำหนด
  • อาหาร ของเยี่ยม หรือของฝากผู้ต้องหา ต้องได้รับการตรวจจากเจ้าหน้าที่ก่อนเสมอ